Black Ribbon

นายกฯ วิศวกรโครงสร้างแนะ แยก มอก. เหล็กIF สร้างความเชื่อมั่นการก่อสร้าง

06 กรกฎาคม 2569
นายกฯ วิศวกรโครงสร้างแนะ แยก มอก. เหล็กIF สร้างความเชื่อมั่นการก่อสร้าง
  • นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างเสนอให้แยกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของเหล็กที่ผลิตจากเตาหลอม IF และ EF ออกจากกัน เพื่อให้วิศวกรสามารถเลือกใช้วัสดุได้เหมาะสมกับความเสี่ยงของอาคาร
  • ข้อเสนอดังกล่าวเกิดจากความกังวลด้านการควบคุมคุณภาพของเหล็ก IF ซึ่งอาจมีสิ่งเจือปนส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยเฉพาะในอาคารสูงหรืออาคารสาธารณะ
  • แนะแนวทางให้จำกัดการใช้เหล็ก IF ในอาคารขนาดเล็ก (ไม่เกิน 2-3 ชั้น) ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว และหลีกเลี่ยงการใช้ในโครงสร้างสำคัญที่ต้องการความปลอดภัยสูง

จากกรณีตึก สตง.ถล่ม นำมาสู่ข้อกังวล และความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับเหล็ก IF หรือ เหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace) ซึ่งส่วนหนึ่งมองว่าควรห้ามใช้เหล็กจากเตา IF ผลิตเหล็กข้ออ้อยสำหรับงานโครงสร้างอาคาร ให้เหลือเพียงการผลิตเหล็กเส้นกลม

ในขณะที่บางส่วนมองว่า ไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริงถึงการใช้เหล็กที่ผลิตด้วยกรรมวิธี IF ตามมาตรฐานเดิมว่าเป็นสาเหตุของเหตุอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างถล่ม ดังนั้นหากมีข้อห้ามใช้เทคโนโลยีเตาหลอมเหล็กแบบ IF ในการผลิตเหล็กข้ออ้อยทั้งหมด อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และกระทบต่อแรงงานจำนวนมาก

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับมาตรฐานเหล็ก IF ว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิศวกรรมที่สามารถยืนยันได้ว่าเหล็กจากเตา IF เป็นสาเหตุของการถล่มของอาคาร สตง. จึงยังไม่ควรเชื่อมโยงหรือสรุปโดยปราศจากข้อพิสูจน์ทางวิชาการ

"ผมไม่ได้บอกว่าไม่ใช่สาเหตุ หรือเป็นสาเหตุ แต่ ณ วันนี้ ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเหล็ก IF เป็นสาเหตุให้อาคาร สตง.ถล่ม ดังนั้นการพิจารณาประเด็นดังกล่าวควรตั้งอยู่บนหลักฐานและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" ดร.อมรกล่าว 

อย่างไรก็ตาม ดร.อมรอธิบายว่า ในทางทฤษฎี เหล็กที่ผลิตจากเตา IF สามารถมีคุณภาพได้ หากใช้เศษเหล็กที่มีคุณภาพเป็นวัตถุดิบ และมีกระบวนการกำจัดสิ่งเจือปนที่มีประสิทธิภาพ แต่ในทางปฏิบัติ การควบคุมคุณภาพทำได้ยากกว่าเตาหลอมไฟฟ้าแบบ Electric Arc Furnace (EF) เนื่องจากวัตถุดิบมาจากเศษเหล็กหลากหลายแหล่ง ทั้งจากงานก่อสร้าง อุตสาหกรรมรถยนต์ และเครื่องจักร ซึ่งมีองค์ประกอบและสิ่งเจือปนแตกต่างกัน

ข้อกังวลสำคัญคือความสามารถในการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากเนื้อเหล็ก หากยังมีธาตุแปลกปลอมหรือมลทินตกค้าง อาจส่งผลต่อคุณสมบัติของเหล็ก โดยเฉพาะการรับน้ำหนักของโครงสร้างที่ต้องรับแรงโยกไหว เช่น แผ่นดินไหว หรือการรับแรงที่ทำให้เกิดความล้า เช่น สะพานที่ต้องรับแรงรถบรรทุกวิ่งไป วิ่งกลับ เป็นต้น

แยกมาตรฐาน มอก. เหล็ก IF - เหล็ก EF

จากข้อกังวลดังกล่าว สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยเสนอให้แยกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของเหล็กที่ผลิตจากเตา IF และเตา EF ออกจากกันอย่างชัดเจน จากเดิมที่ใช้มาตรฐานฉบับเดียวกัน แม้จะมีการประทับตราระบุประเภทการผลิตไว้บนผลิตภัณฑ์แล้วก็ตาม

ดร.อมรมองว่า การแยก มอก.เป็นคนละมาตรฐานและคนละรหัส จะช่วยให้ผู้ออกแบบ วิศวกร และเจ้าของโครงการสามารถเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับประเภทของอาคารและระดับความเสี่ยงได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้กำหนดแนวทางการใช้งานเหล็ก IF ให้เหมาะสมกับลักษณะโครงสร้าง โดยเห็นว่าสามารถใช้กับอาคารขนาดเล็กหรืออาคารไม่เกิน 2–3 ชั้น ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวได้ แต่ไม่ควรนำไปใช้กับอาคารสูง อาคารสาธารณะ หรือโครงสร้างสำคัญที่ต้องรองรับความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก

ไม่ควรปิดกั้นผู้ผลิตเหล็กจากเตา IF

อย่างไรก็ตาม ดร.อมรย้ำว่า ไม่ควรปิดกั้นผู้ผลิตเหล็กจากเตา IF เพราะเทคโนโลยีการผลิตมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการสามารถแสดงหลักฐานเชิงวิชาการและพิสูจน์ได้ว่าสามารถผลิตเหล็กที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ก็ควรเปิดโอกาสให้มีการรับฟังข้อมูลอย่างเป็นธรรม

ประเด็นการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่จัดโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ โดยจะมีผู้ผลิตเหล็ก นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดทิศทางของมาตรฐาน มอก. ในอนาคต

สำหรับข้อวิจารณ์ว่าการจำกัดการใช้เหล็ก IF อาจเข้าข่ายเป็นการกีดกันทางการค้านั้น ดร.อมรเห็นว่า การกำหนดมาตรฐานควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งความปลอดภัยของประชาชน การแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และต้นทุนการก่อสร้างของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.